ท้าวมหาพรหม ตำนานมหาเทพผู้ยิ่งใหญ่

พระพรหม หรือท้าวมหาพรหม คืออะไร มีประวัติความเป็นมาที่แท้จริงเป็นอย่างไร จะได้นำมาเล่าสู่กันฟัง

พระพรหม ตามตำนานของพราห์มหรือศาสนาฮินดู เป็นเทพเจ้าแห่งการสร้างสรรค์หรือเทพผู้สร้าง ตามตำนานนี้พระพรหมคือสร้างโลกและจักรวาลและให้กำเนิดคัมภีร์พระเวท

รูปลักษณ์ของพระพรหมมีสี่พักตร์ หรือสี่หน้า พระศอสวมลูกประคำ พระหัตถ์แต่ละข้างถือดอกบัว คัมภีร์ และหม้อน้ำ มีพาหนะเป็นหงส์ หรือ ห่าน พระชายา คือ พระสุรัสวดี เทพีแห่งศิลปะวิทยาการและความรอบรู้

ในคัมภีร์มัตสยาปุราณะเล่าว่า พระพรหมเดิมทีมีถึงห้าพักตร์ การที่มีห้าพักตร์เกิดจาก การที่พระพรหมให้ได้กำเนิดผู้หญิงนางหนึ่งชื่อ ศตรูป ขึ้นมา ความงามของศตรูปทำให้พระองค์หลงใหล เมื่อศตรูปนี้เคลื่อนไปทางใด พระพรหมก็จะหันพระพักตร์เพื่อมองตามไปด้วย แต่ว่ามีครั้งหนึ่งที่พระพรหมไปดูแคลนพระศิวะเข้า ทำให้พระศิวะพิโรธ และใช้ไฟบรรลัยกัลป์จากพระเนตรที่สามที่กลางพระนลาฏเผาพระพักตร์ที่อยู่ด้านบนเศียรของพระพรหม จนเหลือเพียงสี่พักตร์ แต่อีกความเชื่อหนึ่งเล่าว่า เพราะพักตร์ด้านบนของพระพรหมนั้นเจิดจรัสมาก ทำให้พวกสุระ(เทวดา)และอสุระ(อสุรกาย)ทนไม่ได้ จึงขอร้องให้พระศิวะเป็นผู้ตัดให้

และยังเชื่อด้วยว่าพระพรหมเป็นผู้สร้างบุคคลในวรรณะต่าง ๆ จากอวัยวะแต่ละส่วน ได้แก่ วรรณะพราหมณ์ เกิดจากพระโอษฐ์, วรรณะกษัตริย์ เกิดจากอก, วรรณะแพศย์ เกิดจากส่วนท้อง และวรรณะศูทร เกิดจากเท้า

ในคติของชาวไทยที่รับคติความเชื่อจากศาสนาพรหมณ์-ฮินดู เชื่อว่าพระพรหมเป็นผู้ลิขิต ชะตาชีวิตของบุคคลต่าง ๆ ตั้งแต่เกิดจนตาย เรียกว่า “พรหมลิขิต” และผู้ใดที่บูชาพระพรหมอยู่เป็นนิจ พระองค์จะประทานพรให้สมหวัง เรียกว่า “พรพรหม” หรือ “พรหมพร” และยังเป็นเทพประจำทิศเบื้องบนอีกด้วย

แต่ในทางพระพุทธศาสนานั้น พรหม เป็นชื่อเรียกของผู้ที่ในภพภูมิหนึ่งที่เรียกว่าพรหมโลก ซึ่งจัดเป็นสุขคติภูมิ อันว่าพรหมโลกนั้นคือ ภูมิหรือโลกที่อยู่อีกมิติหนึ่งที่เหนือขึ้นไปกว่าสวรรค์ กล่าวโดยสรุปจำแนกเป็น 16 ชั้น แต่ละชั้นมีความแตกต่างกันไปตามกำลังและลักษณะของดวงจิตที่ผู้ที่บำเพ็ญเพียรที่มีลักษณะต่างกันไป ตามความละเอียดของจิต พรหมโลกนี้เป็นแดนมิติที่ต่างไปจากสวรรค์ อันเนื่องจากสวรรค์นั้นเป็นภูมิที่อยู่ของเทวดาที่การที่จะไปเกิดในสวรรค์เป็นเทวดาได้นั้นกำลังหลัก หรือเหตุปัจจัยที่จะนำพาไปเกิดในสวรรค์ชั้นต่างๆคือ บุญกุศล และคุณธรรมความดี ซึ่งการบำเพ็ญบารมีของเทวดาที่เป็นเหตุปัจจัยให้ไปเกิดในสวรรค์ทั้ง 6 ชั้นไม่จำเป็นต้องบำเพ็ญบารมีทางจิต หรือที่เรียกว่าการเจริญสมาธิหรือฌานสมาบัติแต่อย่างใด เพียงแค่กำลังของบุญกุศลและคุณธรรมความดีก็เพียงพอให้ไปเกิดในสวรรค์แล้ว ต่างจากการเป็นพรหม หรือการไปจุติหรือเกิดในพรหมโลกนั้นจำเป็นต้องบำเพ็ญบารมีจิต หรือที่เรียกให้เข้าใจว่าการเจริญสมาธิภาวนาจนได้ฌาน และขณะที่ตายจากความเป็นมนุษย์ได้ทรงฌานไว้ ด้วยอำนาจของณานหรือกำลังของจิตนั้นทำให้ไปเกิดในพรหมโลก ดังนั้นจะกล่าวได้ว่าพรหมโลกเป็นที่อยู่ของผู้ทรงฌานก็ไม่ผิด

 

 

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s