บทความทั้งหมด, เรื่องน่าอ่านตำนานน่ารู้

ธาตุกายสิทธิ์ วัตถุมงคลที่มีอิทธิฤทธิ์ในตัว

วัตถุธาตุที่มีอยู่ในโลกธาตุ และจักวาลธาตุนั้น ประกอบด้วยพลังงานต่างๆ ที่เกิดมาจากอำนาจของแม่ธาตุใหญ่ทั้ง 4 คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ พลักดันให้เกิดและมีการหมุนเวียนเปลี่ยนแปรมาช้านานตั้งแต่ครั้นที่โลก หรือจักวาลได้มีการก่อตัวขึ้น และหมุนเวียนเปลี่ยนแปลงไปตามเหตุและปัจจัยต่างๆอยู่เสมอ จนบังเกิดจน ท้องฟ้า พสุธา มหาสุทร และ ภูเขา ต้นไม้ ฯลฯ วัตถุธาตุต่างๆล้วนแล้วแต่มีพลังอำนาจเป็นการเฉพาะ ตามพลังงานที่ตกแต่งไปตามอำนาจของธาตุหลัก วัตถุธาตุ ย่อมมีพลังงาน แต่จะมีพลังงานในรูปแบบไหน อย่างไรย่อมขึ้นอยู่กับเหตุปัจจัยที่มาของธาตุนั้นๆว่ามาจากธาตุไหนเป็นธาตุหลัก และถูกธาตุไหนเปลี่ยนแปลงหรือสนับสนุนอย่างไร ในปัจจุบันในทางวิทยาศาสตร์สามารถพิสูจน์เรื่องและจำแนกที่มาที่ไปของวัตถุต่างๆที่อยู่ในโลกได้ที่เห็นชัดเป็นรูปธรรมและเป็นที่รู้จักกันได้แก่การพิสูจน์องค์ประกอบที่มาตลอดจนอายุของวัตถุที่ขุดค้นพบที่มีอายุยาวนานมากๆ และในทางการพิสูจน์พลังงานเทคโนโลยีในปัจจุบันสามารถถ่ายภาพรังสี หรือสีของพลังของวัตถุธาตุได้ แต่การพิสูจน์ในทางวิทยาศาสตร์นั้นไม่สามารถพิสูจน์ได้ละเอียดเท่าการพิสูจน์ทางด้านพลังจิต การพิสูจน์พลังงานในทางการใช้พลังจิตนั้นในปัจจุบันมีการฝึกและมีคอร์สสอนแต่ก็เป็นเพียงการเข้าถึงได้เพียงบางส่วนเท่านั้น

แต่ผู้ที่สามารถรู้ได้จริงนั้นคือผู้ที่ทรงอภิญญาฤทธิ์ หรือสำเร็จวิชาธาตุมาเท่านั้น ส่วนใหญ่จะเป็นพระสงฆ์ที่ท่านมีบารมี

ธาตุกายสิทธิ์ หรือ ธนสิทธิ์ หมายถึงวัตถุที่มีฤทธิ์ในตัว มีพลังอำนาจแฝงอยู่ ซึ่งธาตุกายสิทธิ์นี้เกิดจากวัตถุธาตุต่างๆที่มีอยู่ในโลกนี้หรือนอกโลกซึ่งมีพลังงานจากต้นตอหรือแหล่งที่มาของวัตถุนั้น ตัวอย่างเช่น

เหล็กไหลเขาอึมครึม

เหล็กไหล ธาตุกายสิทธิ์ มีพลังอำนาจมีฤทธิ์อยู่ในตัว เหล็กไหลเกิดจากพลังอำนาจของผู้ที่ทรงฌานสมาบัติขั้นสูง ซึ่งอาจจะเป็นฤาษีที่บำเพ็ญฤทธิ์อยู่ในป่า เมื่อผู้ที่ทรงฌานตาย ทำให้ธาตุขันธ์มีสภาพกลายเป็นเหล็กไหล เนื่องด้วยพลังอำนาจจิตที่เป็นฌานในระดับสูงจึงทำให้พลังธาตุนั้นมีฤทธิ์มาก เพราะผู้ทรงฌานก็คือผู้ทรงฤทธิ์นั่นเอง จึงเป็นที่มาว่าทำไมเหล็กไหลมีฤทธิ์มาก ปัจจุบันเหล็กไหลที่พบในเมืองไทยได้แก่

1. เขาอึมครึม จ. กาญจนบุรี
2. เกาะล้าน พัทยา
3. อ.ลอง จ.แพร่ ที่ชาวบ้านเขาเรียกว่าตับเหล็กเมืองลอง

ตับเหล็กเมืองลอง

นอกจากนี้ยังอาจพบได้ตามถ้ำ หรือภูเขาที่อยู่ในป่าลึก

 

 

ข้าวตอกพระร่วง

ข้าวตอกพระร่วง หรือ “หินข้าวตอกพระร่วง” คือหินมีมีลักษณะสี่เหลี่ยมมีความแกร่ง พบมากบริเวณเขา พระบาทใหญ่ ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.สุโขทัย ตำนานของสุโทัยมีกล่าวไว้ว่า ข้าวพระร่วง ถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของชาวเมืองสุโขทัยมาแต่ช้านาน ลักษณะรูปร่างสี่เหลี่ยมตามธรรมชาติ มีทั้งขนาดเล็กและใหญ่ ตามตำนานเล่าขานต่อกันมาว่าเกิดจากวาจาสิทธิ์ของพระร่วงเจ้า ผู้ครองแคว้นสุโขทัยในสมัยก่อน ขณะทรงออกผนวชอยู่ที่วัดเขาพระบาทใหญ่ในวันตักบาตรเทโว เมื่อได้ฉันภัตตาหารเสร็จแล้ว ข้าวที่เหลือก้นบาตรท่านได้โปรยลงบนลานวัด และทรงอธิษฐานขอให้ข้าวตอกดอกไม้นี้กลายเป็นหินชนิดหนึ่ง พร้อมทั้งมีอายุยั่งยืนนานชั่วลูกชั่วหลาน ด้วยอำนาจและอิทธิ์ฤทธิ์ของพระองค์ท่าน ข้าวนั้นก็กลายเป็นหินศักดิ์สิทธิ์ และท่านคงอธิษฐานให้ผู้ที่วาสนากับท่านได้มีไว้ครอบครอง ในภายภาคหน้า

ภายหลังมีการขุดค้นพบ และชาวบ้านต่างก็นำไปบูชา ต่างมีประสบการณ์กันมากในเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ มีอิทธิคุณโดดเด่นทางด้านถอนแก้พิษได้สารพัด ใช้พกตัวสามารถคุ้มครองป้องกันภัย แคล้วคลาดจากภยันตราย และยังเป็นเมตตามหานิยม อย่างเอกอุอีกด้วย

ข้าวตอกพระร่วงนี้นอกจากตำนานทางสุโขทัยแล้ว ทางภาคเหนือก็มีตำนานกล่าวขานถึงความศักดิ์สิทธิ์เหมือนกัน โดยเรียกว่า “เป็ก” ซึ่งทางเหนือซือเป็นวัตถุศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้มีไว้ครอบครองจะหวงแหนกันยิ่งนัก สรรพคุณเท่าที่ผู้เฒ่าผู้แก่บอกเล่ากันมา คือสามารถดับพิษและกันไฟ และเป็นของศักดิ์สิทธิ์ที่นิยมมีไว้ติดตัว เมื่อเดินทาง หรือเข้าป่า

หลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี ท่านได้แจกแร่ข้าวตอกพระร่วงนี้เมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๘ และได้มีประกาศไว้ดังนี้ แร่นี้มีคุณสมบัติเท่าที่ทราบจากพระธุดงค์ที่เคยประสบมาคือ
1.เมื่อจะใช้ท่านให้อาราธนาแล้วอมไว้ เดินทางตลอดวันไม่กระหายน้ำ
2.พระธุดงค์อีกคณะหนึ่งแจ้งว่า เมื่อเดินธุดงค์เพื่อนเกิดท้องร่วง ไม่มียาจึงเสี่ยงเอาแร่พระร่วงใส่กาต้มน้ำแล้วเอาน้ำให้ฉัน พระองค์ที่ป่วยหายจากอาการท้องร่วงทันที
3.เมื่อปี 2516 พระปลัดฉ่อง แห่งอำเภอสรรค์บุรี จังหวัดชัยนาท ได้ทำเป็นแหวนแจก ผู้รับไปจำชื่อไม่ได้ มีโจรเข้าปล้นควายโจรมีปืน เจ้าของคนเดียวมีมีดด้วยความเสียดายควายแม้จะเป็นคนเดียวและอาวุธไม่ดีก็ยอมเสี่ยงเข้าไล่โจร โจรยิงด้วยปืนพกและลูกซอง ปรากฏว่าไม่มีแผล เจ้าตัวยืนยันว่าไม่มีอะไรอื่นเลยมีเพียงแร่พระร่วงเท่านั้น

ตามตำนานเมืองสุโขทัยยังกล่าวว่า พระร่วงเจ้าวาจาสิทธิ์ได้ทำพิธีปลุกเสกข้าวตอกพระร่วงแล้ว หลังจากนั้นได้นำไปโปรยรอบๆ กำแพงเมืองสุโขทัยเพื่อความเป็นสิริมงคล หรืออย่างในสมัยพระนางจามเทวีก็ได้นำเอาแร่ชนิดนี้มาสร้างเป็น พระรอด พระคง พระเลื่อง พระลือ อันเป็นพระที่ดีทางคงกระพันด้วยกันทั้งสิ้น ในสมัยต่อมามีครูบาร์อาจารย์และผู้ทรงวิชาอีกหลายท่านนำเอาแร่เหล็กกายสิทธิ์นี้ นักรบสมัยก่อนยังนิยมแสวงหาข้าวตอกพระร่วงเพื่อนำมาใช้เป็นเครื่องรางสำหรับพกติดตัวกันทั้งนั้น

 

คตไม้

คตไม้  คต คือ อะไร คตคือวัตถุที่เกิดจากพืชหรือสัตว์ที่แข็งตัวเป็นหิน หรือในทางวิทยาศาสตร์เรียกว่าฟอสซิล ซึ่งการเกิดขึ้นของฟอสซิลนั้นเกิดจากพืชหรือสัตว์ที่อาจจะถูกทับถมด้วยหินดินทราย ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางระบบนิเวศวิทยา ซึ่งใช้เวลายาวนานนับหมื่นปีขึ้นไป ซึ่งโดยปรกติแล้วซากพืชหรือซากสัตว์ที่ตายแล้ว จะถูกย่อยสลายเปื่อยไปตามสภาพ แต่เมื่อเกิดปฏิกริยาบางอย่างขึ้นทำให้ซากพืชหรือสัตว์นั้นไม่เน่าเปื่อยและ คงสภาพเดิมจากนั้นค่อยกลายเป็นสภาพคล้ายหินด้วยเวลาที่ยาวนานนับหมื่นนับแสนปี

คตไม้เกิดจาก ไม้ที่เปลี่ยนสภาพเป็นหินที่ใช้เวลายาวนาน นับหมื่นนับแสน ถึงล้านปี จนทำให้ไม้กลายเป็นหิน ซึ่งคตนั้นถึงแม้จะแปรสภาพเป็นหินแล้ว ก็ยังคงรูปของไม้อยู่ทุกอย่าง ในทางพระเวทย์แล้วคตไม้นี้ถือเป็นธาตุที่คงทนเพราะไม่เน่าเปื่อยย่อยสลายไปตามธรรมชาติหากแต่ยังคงรูปเดิมไว้ทุกประการพระเกจิอาจารย์นิยมนำมาสร้างเป็นพระเครื่อง วัตถุมงคลเครื่องรางของขลังทางด้านคงกระพันชาตรีดียิ่งนัก แต่ต้องได้รับการปลุกเสกอย่างถูกต้องจึงจะมีความศักดิ์สิทธิ์

 

นอกว่าวัตถุที่เป็นธนสิทธิ์ที่กล่าวมาแล้วนั้นยังมี อย่างอื่นอีกหลายอย่าง อาทิเช่นสะเก็ดดาว และ หินแร่ต่างๆ ซึ่งจะได้นำมาเป็นความรู้ให้ต่อไป

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s